EEI ขับเคลื่อนคลัสเตอร์ดิจิทัล สู่ผลงานนวัตกรรมต้นแบบ 2 ผลิตภัณฑ์ ตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรมและการเกษตร

สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (EEI) สนับสนุนการรวมกลุ่มและเชื่อมโยงผู้ประกอบการในคลัสเตอร์ดิจิทัล จำนวน 20 กิจการ ให้ร่วมบูรณาการองค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีดิจิทัล จนเกิดเป็นผลงานผลิตภัณฑ์ต้นแบบ 2 รายการ ได้แก่ โดรนบินอัตโนมัติภายในอาคาร (Autonomous Indoor Drone) และเว็บแอปพลิเคชันฟาร์มอัจฉริยะควบคุมการให้น้ำด้วยค่า VPD (Smart Farm VPD Web Application) ซึ่งมีแนวทางในการประยุกต์ใช้ทั้งในภาคอุตสาหกรรมและภาคการเกษตร

ผลงานดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมการยกระดับการรวมกลุ่มและเชื่อมโยงอุตสาหกรรมสู่คลัสเตอร์ 4.0 ด้านดิจิทัล ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ซึ่งสถาบันดำเนินการภายใต้การสนับสนุนงบประมาณจากกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม โดยมุ่งส่งเสริมความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการในการพัฒนาต่อยอดเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ต้นแบบที่สามารถนำไปศึกษาความเป็นไปได้ในการประยุกต์ใช้กับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม

2 ผลงานนวัตกรรมต้นแบบจากคลัสเตอร์ดิจิทัล

1. โดรนบินอัตโนมัติภายในอาคาร (Autonomous Indoor Drone)

ต่อยอดเทคโนโลยีโดรนจากการบินภายนอกอาคาร สู่ระบบนำทางและควบคุมการบินอัตโนมัติภายในอาคาร

การพัฒนาผลิตภัณฑ์นี้เป็นการต่อยอดจากโดรนต้นแบบที่ใช้งานระบบ GPS สำหรับการบินภายนอกอาคาร โดยปรับปรุงระบบให้สามารถรองรับการใช้งานภายในอาคารซึ่งมีข้อจำกัดด้านสัญญาณ GPS ด้วยการติดตั้ง LiDAR และชุดเซนเซอร์ที่เกี่ยวข้อง พร้อมพัฒนาซอฟต์แวร์บนแพลตฟอร์ม ROS 2 เพื่อใช้ในการระบุตำแหน่งและควบคุมการบินอัตโนมัติภายในอาคาร

ผลจากการพัฒนาได้ต้นแบบโดรนที่ได้รับการปรับปรุงระบบและชุดซอฟต์แวร์สำหรับการระบุตำแหน่งและควบคุมการบินอัตโนมัติ ซึ่งมีแนวทางในการนำไปศึกษาการประยุกต์ใช้กับงานที่ต้องเข้าถึงพื้นที่ภายในอาคาร เช่น การสำรวจและตรวจสอบพื้นที่ในโรงงานอุตสาหกรรมและคลังสินค้า รวมถึงพื้นที่สูงหรือพื้นที่ที่เข้าถึงได้ยาก ทั้งนี้ การประยุกต์ใช้ในแต่ละลักษณะงานสามารถพิจารณาเพิ่มเติมตามความเหมาะสมของพื้นที่และความต้องการของผู้ใช้งาน

จุดเด่นของผลิตภัณฑ์

  • ต่อยอดจากเทคโนโลยีโดรนเดิม เพื่อรองรับการใช้งานภายในอาคาร
  • ใช้เทคโนโลยี LiDAR และชุดเซนเซอร์ประกอบการระบุตำแหน่ง
  • พัฒนาซอฟต์แวร์บน ROS 2 สำหรับการระบุตำแหน่งและควบคุมการบินอัตโนมัติ
  • มีศักยภาพในการต่อยอดสู่การประยุกต์ใช้ในงานสำรวจและตรวจสอบพื้นที่ภายในอาคาร

ภาพที่ 1 โดรนบินอัตโนมัติภายในอาคาร

2. เว็บแอปพลิเคชันฟาร์มอัจฉริยะควบคุมการให้น้ำด้วยค่า VPD (Smart Farm VPD Web Application)

ประยุกต์ใช้เทคโนโลยี IoT และค่า VPD เป็นข้อมูลประกอบการบริหารจัดการระบบให้น้ำในภาคการเกษตร

ผลิตภัณฑ์นี้เป็นการพัฒนาระบบฟาร์มอัจฉริยะ โดยนำเทคโนโลยี Internet of Things (IoT) มาใช้ร่วมกับหลักการคำนวณค่า VPD (Vapor Pressure Deficit) หรือค่าความแตกต่างของความดันไอน้ำ ซึ่งคำนวณจากข้อมูลอุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์ เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการบริหารจัดการระบบให้น้ำให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมภายในพื้นที่เพาะปลูก

การพัฒนาครอบคลุมทั้งส่วนของระบบอุปกรณ์และเว็บแอปพลิเคชัน โดยเว็บแอปพลิเคชันได้รับการออกแบบให้มีส่วนแสดงผลข้อมูลในรูปแบบ Dashboard ส่วนสำหรับตั้งค่า และส่วนรายงาน เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงข้อมูลและบริหารจัดการระบบได้สะดวกผ่านเว็บเบราว์เซอร์ ทั้งบนคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เคลื่อนที่ โดยไม่จำเป็นต้องติดตั้งแอปพลิเคชันเพิ่มเติม

ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีแนวทางในการประยุกต์ใช้กับการเพาะปลูกในโรงเรือนและระบบเกษตรสมัยใหม่ เช่น การปลูกผักสลัด เมล่อน สตรอว์เบอร์รี กล้วยไม้ และสมุนไพร รวมถึงฟาร์มแนวตั้ง วิสาหกิจชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมการเกษตร โดยสามารถศึกษาความเหมาะสมของการนำข้อมูล VPD ไปใช้ประกอบการวางแผนและบริหารจัดการระบบให้น้ำตามลักษณะการเพาะปลูกของแต่ละพื้นที่

จุดเด่นของผลิตภัณฑ์

  • ประยุกต์ใช้เทคโนโลยี IoT ร่วมกับข้อมูลอุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์
  • ใช้ค่า VPD เป็นข้อมูลประกอบการบริหารจัดการระบบให้น้ำ
  • มีเว็บแอปพลิเคชันที่ประกอบด้วยส่วน Dashboard ส่วนตั้งค่า และส่วนรายงาน
  • สามารถเข้าถึงผ่านเว็บเบราว์เซอร์บนคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เคลื่อนที่
  • พัฒนาโดยผู้ประกอบการไทย สามารถติดต่อผู้พัฒนาได้โดยตรง สะดวกต่อการประสานงาน ขอคำปรึกษา แก้ไขปัญหา และพัฒนาปรับปรุงระบบให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้งาน

ภาพที่ 2 ชุดอุปกรณ์ตรวจวัดและควบคุมการให้น้ำ

ภาพที่ 3 เว็บแอปพลิเคชันฟาร์มอัจฉริยะควบคุมการให้น้ำด้วยค่า VPD

ความร่วมมือของคลัสเตอร์ดิจิทัล สู่การพัฒนานวัตกรรมโดยผู้ประกอบการไทย

การพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบทั้ง 2 ผลิตภัณฑ์ สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของการรวมกลุ่มและเชื่อมโยงผู้ประกอบการในคลัสเตอร์ดิจิทัล โดยสมาชิกคลัสเตอร์ดิจิทัล จำนวน 20 กิจการ ได้นำองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญที่หลากหลายมาบูรณาการร่วมกัน ทั้งด้านระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ เทคโนโลยีโดรน ระบบ IoT และการพัฒนาซอฟต์แวร์ เพื่อสร้างสรรค์และต่อยอดผลิตภัณฑ์ที่มีโอกาสนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง

นอกจากการพัฒนาต้นแบบผลิตภัณฑ์แล้ว ความร่วมมือดังกล่าวยังเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ระหว่างกัน ตลอดจนต่อยอดความสามารถทางเทคโนโลยีและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบสนองต่อความต้องการของตลาดได้ดียิ่งขึ้น โดยมุ่งส่งเสริมให้นวัตกรรมที่พัฒนาโดยผู้ประกอบการไทยมีโอกาสต่อยอดสู่การใช้งานและเชิงพาณิชย์ในอนาคต

เปิดโอกาสทดลองใช้และสัมผัสนวัตกรรมจากผู้ประกอบการไทย

ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ต้นแบบทั้ง 2 ผลิตภัณฑ์ ได้รับการพัฒนาต่อยอดจนมีความพร้อมสำหรับการนำไปทดลองใช้งานและศึกษาความเป็นไปได้ในการประยุกต์ใช้กับสถานประกอบการและพื้นที่เป้าหมายที่เหมาะสม ทั้งในภาคอุตสาหกรรม คลังสินค้า และภาคการเกษตร

สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ที่สนใจ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือประสานความร่วมมือเพื่อทดลองและศึกษาการนำผลิตภัณฑ์ไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับลักษณะงานและความต้องการของแต่ละหน่วยงาน

นอกจากนี้ สถาบันมีแผนนำผลงานนวัตกรรมจากสมาชิกคลัสเตอร์ดิจิทัลไปจัดแสดงในงานนิทรรศการและกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการและประชาชนที่สนใจได้พบเห็นและสัมผัสนวัตกรรมจากผู้ประกอบการไทยอย่างใกล้ชิด พร้อมรับทราบแนวทางการประยุกต์ใช้และการต่อยอดผลิตภัณฑ์ในอนาคต โดยสถาบันจะประชาสัมพันธ์กำหนดการและสถานที่จัดแสดงให้ทราบผ่านช่องทางประชาสัมพันธ์ของสถาบันต่อไป

สนใจข้อมูลเพิ่มเติม หรือต้องการทดลองประยุกต์ใช้ผลิตภัณฑ์ต้นแบบ สามารถติดต่อสอบถามและประสานงานได้ที่ สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (EEI)

Scroll to Top