สถาบันไฟฟ้าฯ หนุน “รีไซเคิลแบตเตอรี่ EV” โอกาสอุตสาหกรรมใหม่ไทย สร้างมูลค่าเศรษฐกิจ ลดคาร์บอน สู่ห่วงโซ่อุปทานยั่งยืน

         การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ทั่วโลกกำลังเปลี่ยนภูมิทัศน์ของอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ และในอีกด้านหนึ่งกำลังนำไปสู่ความท้าทายครั้งสำคัญของโลก คือ “การจัดการซากแบตเตอรี่ที่หมดอายุการใช้งาน” ซึ่งหากบริหารจัดการอย่างมีระบบ จะไม่ใช่ภาระสิ่งแวดล้อม แต่กลับกลายเป็น “โอกาสทางเศรษฐกิจใหม่” ที่มีมูลค่าสูงและสอดรับกับแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ในฐานะหน่วยงานหลักด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และเทคโนโลยีแห่งอนาคตของประเทศ จึงได้สะท้อนมุมมองเชิงนโยบายและเชิงอุตสาหกรรมว่า “การรีไซเคิลแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนจาก EV” คือหนึ่งในโอกาสทางธุรกิจยุคใหม่ที่ประเทศไทยต้องเร่งเตรียมความพร้อมทั้งด้านกฎหมาย เทคโนโลยี บุคลากร และระบบนิเวศอุตสาหกรรมอย่างจริงจัง

         ข้อมูลจาก International Energy Agency (IEA) ระบุว่า ปี 2024 ยอดขาย EV ทั่วโลกสูงถึง 17 ล้านคัน และคาดว่าจะทะลุ 20 ล้านคันในปี 2025 หรือมากกว่าหนึ่งในสี่ของยอดขายรถยนต์ใหม่ทั้งหมด ส่งผลให้ความต้องการแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล โดยคาดว่าในปี 2030 ความต้องการแบตเตอรี่สำหรับ EV จะเพิ่มขึ้นกว่า 4.5 เท่า และมากกว่า 7 เท่าในปี 2035 เมื่อเทียบกับปี 2023ในบริบทของประเทศไทย ข้อมูลจากกรมการขนส่งทางบกพบว่า ปี 2024 ประเทศไทยมี BEV กว่า 227,000 คัน PHEV 67,000 คัน และ HEV 469,000 คัน ซึ่งจะนำไปสู่ปริมาณแบตเตอรี่ที่หมดอายุการใช้งานจำนวนมหาศาลในอีก 8–10 ปีข้างหน้า โดย TESTA คาดการณ์ว่า ภายในปี 2038 ไทยจะมีซากแบตเตอรี่ EV สะสมกว่า 800,000 ตัน และพุ่งสูงถึง 2.5 ล้านตันในปี 2043 หากไม่มีระบบจัดการที่เหมาะสมจะก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมในวงกว้าง

          นายณรัฐ รุจิรัตน์ ผู้อำนวยการสถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ กล่าวว่า “ซากแบตเตอรี่ EV ไม่ใช่ขยะ แต่คือทรัพยากรทางเศรษฐกิจที่มีมูลค่าสูง หากประเทศไทยสามารถพัฒนาระบบรีไซเคิลที่มีประสิทธิภาพ จะช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบสำคัญอย่างลิเทียม โคบอลต์ และนิกเกิล ได้อย่างมีนัยสำคัญ และยังช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่าการใช้สินแร่ใหม่ถึง 4 เท่า ห่วงโซ่คุณค่าการรีไซเคิลแบตเตอรี่ประกอบด้วยขั้นตอนสำคัญตั้งแต่การเก็บรวบรวม ขนส่ง คัดแยก คายประจุ บดแยกชิ้นส่วน ไปจนถึงกระบวนการกู้คืนวัสดุ ซึ่งต้องอาศัยเทคโนโลยีเฉพาะ ความปลอดภัยสูง และความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง โดยสามารถแบ่งเทคโนโลยีรีไซเคิลหลักออกเป็น 3 รูปแบบ คือ Pyrometallurgy, Hydrometallurgy และ Direct Recycling ซึ่งแต่ละแบบมีข้อดีข้อจำกัดแตกต่างกัน อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือกฎระเบียบระดับโลก เช่น EU Battery Regulation ที่กำหนดให้แบตเตอรี่ต้องมีส่วนผสมของวัสดุรีไซเคิลขั้นต่ำตั้งแต่ปี 2031 เป็นต้นไป ซึ่งจะกลายเป็นแรงกดดันเชิงการค้าและเปิดโอกาสทางธุรกิจใหม่ ให้กับประเทศที่มีศักยภาพด้านรีไซเคิล หากไทยเตรียมความพร้อมได้เร็ว เราจะไม่ใช่แค่ผู้ตามเทรนด์ แต่สามารถเป็นหนึ่งในฐานการรีไซเคิลแบตเตอรี่สำคัญของภูมิภาคได้”

            การเติบโตของ EV ไม่ได้สร้างเพียงอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคต แต่กำลังเปิดประตูสู่อุตสาหกรรมใหม่ที่มีมูลค่าสูง คือ “การรีไซเคิลแบตเตอรี่” ซึ่งเชื่อมโยงทั้งมิติสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทาน หากประเทศไทยเร่งวางรากฐานด้านนโยบาย เทคโนโลยี และบุคลากรอย่างเป็นระบบตั้งแต่วันนี้ ไทยมีศักยภาพก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการจัดการและรีไซเคิลแบตเตอรี่ EV ของภูมิภาคได้อย่างยั่งยืนในอนาคต

Scroll to Top